ริ้วรอยบนหน้าผากที่มาในรูปของรอยย่นแนวนอนหรือรอยขมวดคิ้วตรงกลาง มักเป็นสัญญาณแรก ๆ ที่บ่งบอกว่าผิวเริ่มร่วงโรย จึงไม่น่าแปลกใจที่โบท็อกซ์หน้าผากจะกลายมาเป็นตัวช่วยยอดฮิตในการแก้ไขปัญหานี้
แต่ถึงแม้ว่าโบท็อกซ์จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและได้รับความนิยม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนมักจะเครียดเมื่อเจออาการแปลก ๆ ที่ไม่คาดคิดหลังฉีด ดังนั้น การทำความเข้าใจกับอาการที่อาจจะเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมและรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ
โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผากคืออะไร ?
โบท็อกซ์ หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Botulinum Toxin เป็นสารที่ใช้ลดริ้วรอยและรอยย่นบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากที่มักเกิดรอยย่นแนวนอนและรอยขมวดคิ้วได้บ่อย ซึ่งเมื่อฉีดเข้าสู่ผิวหนังแล้ว สารนี้จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อในบริเวณนั้นผ่อนคลาย ส่งผลให้รอยย่นบนหน้าผากจางลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นชัดใน 3-7 วันหลังการฉีด และในบางรายหากดูแลรักษาดี ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้ยาวนานถึง 4-6 เดือน
อาการปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
หลังจากฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก โดยปกติอาจมีอาการบางอย่างที่เกิดขึ้นและหายได้เองภายใน 1-2 วัน ตัวอย่างอาการเหล่านี้ได้แก่
หน้าผากตึง
เมื่อโบท็อกซ์เริ่มออกฤทธิ์ คุณอาจรู้สึกตึงบริเวณหน้าผากเล็กน้อย เนื่องจากกล้ามเนื้อกำลังตอบสนองและเริ่มผ่อนคลายตามการทำงานของยา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงว่าโบท็อกซ์กำลังออกฤทธิ์ได้อย่างเหมาะสม
รอยแดงและรอยเข็ม
บริเวณที่ฉีดมักมีรอยแดงหรือรอยเข็มเล็ก ๆ ให้เห็นหลังการรักษา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติที่พบได้ทั่วไป โดยรอยเหล่านี้จะค่อย ๆ จางหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
อาการบวมเล็กน้อย
หลังฉีดโบท็อกซ์ บริเวณที่ลงเข็มอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกาย โดยอาการบวมนี้จะค่อย ๆ ยุบลงเองภายใน 1-2 วัน
ปวดศีรษะเล็กน้อย
บางรายอาจรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อยหลังการฉีด ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยอาการจะดีขึ้นและหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง
รู้สึกหนักหน้าผาก
ในช่วงแรกหลังฉีด อาจรู้สึกหนักบริเวณหน้าผากได้ เนื่องจากร่างกายกำลังปรับตัวกับการทำงานของโบท็อกซ์ ซึ่งความรู้สึกนี้จะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อปรับตัวได้แล้ว
อาการหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผากที่ควรระวังและต้องปรึกษาแพทย์
แม้ว่าการฉีดโบท็อกซ์จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ในบางครั้งอาจเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน ซึ่งอาการที่ต้องเฝ้าสังเกตและควรพบแพทย์ทันที มีดังต่อไปนี้
หนังตาตก
อาการแรกที่ต้องระวังคือ หนังตาตก ซึ่งเกิดจากโบท็อกซ์เคลื่อนตัวลงมาที่กล้ามเนื้อเปลือกตา โดยอาการนี้อาจสังเกตได้จากหนังตาบนปิดมากกว่าปกติ ลืมตาได้ไม่สุด หรือมองเห็นได้ไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ทั้งนี้ อาการอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ 1-2 วันหลังฉีด และอาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวันได้
คิ้วตกหรือคิ้วกระดกมากเกินไป
ในบางราย การฉีดโบท็อกซ์อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคิ้วทำงานผิดปกติ ทำให้คิ้วตกต่ำลงหรือยกสูงขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งภาวะนี้จะทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตร แสดงออกทางสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติ และอาจส่งผลต่อความมั่นใจได้
อาการแพ้
ในด้านความปลอดภัย การแพ้โบท็อกซ์เป็นอีกหนึ่งอาการที่ต้องระวัง โดยจะแสดงอาการชัดเจนผ่านการเกิดผื่นคันตามผิวหนัง ใบหน้าบวมแดงมากกว่าปกติ หรือในกรณีที่รุนแรง อาจมีอาการหายใจลำบากด้วย ดังนั้น หากพบอาการเหล่านี้ จึงควรหยุดทำกิจกรรมที่ทำอยู่และรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากเกินไป
ท้ายที่สุด หากสังเกตว่ากล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงผิดปกติ จนไม่สามารถแสดงสีหน้าหรือขยับกล้ามเนื้อใบหน้าได้ตามต้องการ นี่อาจเป็นสัญญาณว่าโบท็อกซ์ออกฤทธิ์มากเกินไป ดังนั้น จึงควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หลังจากฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก โดยเฉพาะหลัง 24 ชั่วโมงแรก ขอแนะนำให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย
สำหรับช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรขยับกล้ามเนื้อหน้าผากเบา ๆ เป็นระยะ เช่น การขมวดคิ้วหรือยกคิ้วเบา ๆ ซึ่งจะช่วยให้โบท็อกซ์กระจายตัวได้อย่างทั่วถึงและเห็นผลดียิ่งขึ้น
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด
ควรระมัดระวังไม่สัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้โบท็อกซ์กระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ หรืออาจเกิดการอักเสบได้
งดการนอนราบในช่วง 4 ชั่วโมงแรก
ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรนอนในท่าที่ศีรษะสูง หรือกึ่งนั่งกึ่งนอน โดยใช้หมอนรองศีรษะให้สูงกว่าปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้โบท็อกซ์เคลื่อนที่ไปยังส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า
งดออกกำลังกายหนัก
ควรงดการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เพราะอาจส่งผลให้โบท็อกซ์กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ และทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร
งดการอบซาวน่า อบไอน้ำ หรือการสัมผัสความร้อน
ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายสัมผัสความร้อนสูง ไม่ว่าจะเป็นการอบซาวน่า อบไอน้ำ หรือแม้แต่การอาบน้ำร้อน เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและลดผลลัพธ์ของการรักษา
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำและการอักเสบ อีกทั้งยังอาจส่งผลต่อการทำงานของโบท็อกซ์ได้
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก
สำหรับใครที่สนใจฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก เรารวบรวมคำถามที่หลายคนสงสัยพร้อมคำตอบมาให้แล้ว
1. ฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก นานเท่าไรถึงเห็นผล ?
หลังฉีดโบท็อกซ์จะเริ่มเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นตั้งแต่ 3-7 วันหลังฉีด และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์หลังการฉีด ซึ่งผลลัพธ์โดยรวมจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล
2. ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากราคาเท่าไร ?
การฉีดโบท็อกซ์หน้าผากราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-12,000 บาท ขึ้นอยู่กับคลินิก แบรนด์ของโบท็อกซ์ และปริมาณที่ใช้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกรับบริการเพียงเพราะราคาถูก แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของคลินิกนั้น ๆ เป็นหลักด้วย
ที่ SOWON Clinic เราเข้าใจดีว่าการฉีดโบท็อกซ์คือหัตถการที่น่าสนใจ แต่บางคนอาจยังกังวลกับอาการข้างเคียง อย่างไรก็ดี เมื่อคุณเลือกรับการรักษากับแพทย์ผู้ชำนาญการ โอกาสที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ก็จะลดลงอย่างมาก ด้วยประสบการณ์การดูแลผู้รับบริการมาอย่างยาวนาน SOWON Clinic จึงพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ เรายังเลือกใช้โบท็อกซ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในราคาที่คุ้มค่า ดังนั้น คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้หน้าผากเรียบเนียนและไร้ริ้วรอยอย่างที่ต้องการ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @sowonclinic
ข้อมูลอ้างอิง
- Side effects of Botox: What you should know. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568. จาก https://www.medicalnewstoday.com/articles/drugs-botox-side-effects#_noHeaderPrefixedContent.
- 7 Side Effects of Botox on Forehead. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568. จาก https://www.nuwaysmd.com/botox-side-effects-on-forhead/.
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและผิวพรรณของ SOWON CLINIC มุ่งมั่นให้บริการปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิวด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ อัลเทอร่า ร้อยไหม และ Hifu โดยทีมแพทย์ของเราได้ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง มี Certificate รับรอง และใบประกอบวิชาชีพ เน้นความปลอดภัยสูงสุดและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ด้วยประสบการณ์อันยาวนานและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมมอบความมั่นใจให้ผู้รับบริการด้วยผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืน